ผลงานดีเด่นกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

มาตรฐาน

ขอนำเสนอผลงานดีเด่นกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะพร้อมภาพกิจกรรม

           ผอ.สุวิทย์  ซื่อตรง กับนักเรียนตัวแทน สพม.18 เข้าแข่งขันรำวงมาตรฐาน ระดับภาค

ด.ช.ณภัทร  เพาะบุญ นักเรียนชั้น ม.3/4 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ การขับร้องเพลงไทยสากลและเพลงสากล ชาย ระดับชั้นม.ต้นงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคกลางและภาคตะวันออก  ปีการศึกษา 2554 ณ เมืองทองธานี งานสุดยอดเด็กไทยก้าวล้ำผู้นำอาเซียน

ด.ช.บุญญสิทธิ์  ยังสุข นักเรียนชั้น ม.2/2 ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง ระดับประเทศ การแข่งขันเดี่ยวซออู้ ระดับชั้นม.ต้นงานศิลปหัตถกรรม        นักเรียนภาคกลางและภาคตะวันออก  ปีการศึกษา 2554 ณ เมืองทองธานี งานสุดยอดเด็กไทยก้าวล้ำผู้นำอาเซียน

ครูเมษาศิลป์ เนื่องจำนงค์ และคณะนักเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี ตัวแทนนักเรียน  สมพ.18 เข้าแข่งขันรำวงมาตรฐาน ระดับภาคกลาง – ภาคตะวันออก ณ จ.กาญจนบุรี ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง

น.ส.อรุโณทัย  นันทสำเริง นักเรียนชั้น ม.5/1 ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ม.ปลาย สพม.18 เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับภาคกลาง – ภาคตะวันออก ณ จ.กาญจนบุรี ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง

ด.ญ.ชนกนันท์  จันทร์สว่าง นักเรียนชั้น ม.1/1 ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเดี่ยวซอด้วง เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับภาคกลาง – ภาคตะวันออก งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน จ. กาญจนบุรี ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง

น.ส.หัตทยา  หนูอิ่ม นักเรียนชั้น ม.5/1 ตัวแทน สหวิทยาเขต เข้าแข่งขันขับร้องเพลงไทยสากล – สากล หญิง ม.ปลาย ระดับ สพม.18 ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง

ฟ้อนผาง ของจุฬาภรณ ชลบุรี ตัวแทนสหวิทยาเขต เข้าแข่งขันนาฏศิลป์อนุรักษ์ ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง ระดับ สพม.18

ด.ญ.เพ็ญพิชชา  ขอกลาง นักเรียนชั้น ม.2/5 ตัวแทน สหวิทยาเขต เข้าแข่งขันขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ม.ต้น ได้รับเกียรติบัตร เหรียญทอง

นายวสกร  คุ้มเกล้าวิริยะ ม.5/3 ได้รับเกียรติบัตรเหรียญทอง การแข่งขันวาดภาพประเพณีไทย งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน

ประมวลรายวิชาดนตรีศึกษา 1

มาตรฐาน

ประมวลวิชา (Course Syllabus)

สาระการเรียนรู้ ศ 21102    รายวิชา ดนตรีศึกษา 1 (ART 21102  Music  Education  1)

จำนวน  1  ชั่วโมง/ สัปดาห์/ภาคเรียน    จำนวน  20  ชั่วโมง     0.5  หน่วยกิต

 

1. รหัสวิชา                                            ศ21102

2. จำนวนหน่วยกิต                            0.5  หน่วย

3. ชื่อวิชา                                               ดนตรีศึกษา 1 (ART 21102  Music  Education  1)

4. กลุ่มสาระการเรียนรู้                      ศิลปะ

5. ภาคการศึกษา/ปีการศึกษา            2 / 2554

6. ชื่อผู้สอน                                          นายชาตรี  ถนอมวงษ์

7. สถานภาพของวิชา                         พื้นฐาน

8. จำนวนคาบ                                      1 คาบ/สัปดาห์

9. คำอธิบายรายวิชา

ศึกษาการอ่านเขียน ร้องโน้ตไทยและโน้ตสากล เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่อง

ดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน   จัดประเภทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างๆ  ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง  บทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย ระบุความหลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่างกัน

สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสัญลักษณ์และเครื่องหมายทางดนตรี  ฟังเพลงที่มีอัตราจังหวะช้า ปานกลาง  เร็ว  แสดงความคิดเห็นที่มีต่ออารมณ์ของบทเพลงที่มีความช้า  ปานกลาง  เร็วของจังหวะและความดัง-เบาแตกต่างกัน เปรียบเทียบอารมณ์ความรู้สึกในการฟังดนตรีไทยดนตรีสากล สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องประเภทของเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย วงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่างๆ    ปฏิบัติการร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลากหลายรูปแบบในบทเพลงพื้นบ้าน เพลงปลุกใจ เพลงไทยเดิม เพลงประสานเสียง 2 แนว   บทเพลงรูปแบบ ABA บทเพลงประกอบการเต้นรำ  โดยนำเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนชื่นชอบและอภิปรายลักษณะเด่นที่ทำให้งานนั้นน่าชื่นชม ใช้เกณฑ์สำหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟัง บำรุงรักษาเครื่องดนตรีอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์บทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย

เพื่อให้รู้  เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์  และเห็นคุณค่าของดนตรีที่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล

 

 

 

10. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                1. อ่าน เขียน ร้อง โน้ตไทย และโน้ตสากล

2. เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน

3. จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมต่าง ๆ

4. ร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบ การร้องเพลงด้วยบทเพลงที่หลาก หลายรูปแบบ

5. แสดงความคิดเห็นที่มีต่ออารมณ์ของบทเพลงที่มีความเร็ว ของจังหวะ และความดัง-เบา แตกต่างกัน

6. เปรียบเทียบอารมณ์ ความรู้สึกในการฟังดนตรีแต่ละประเภท

7. นำเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนเองชื่นชอบ และอภิปรายลักษณะเด่นที่ทำให้งานนั้นน่าชื่นชม

8. ใช้เกณฑ์สำหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟัง

9. ใช้และบำรุงรักษาเครื่องดนตรีอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ

10. อธิบายบทบาทความสัมพันธ์และอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อสังคมไทย

11. ระบุความหลากหลายขององค์ประกอบดนตรีในวัฒนธรรมต่างกัน

 

มาตรฐานและตัวชี้วัด

ศ.2.1                       ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.1/5,ม.1/6ม.1/7,ม.1/8,ม.1/9

ศ.2.2                       ม.1/1,ม.1/2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

11. แผนการเรียน/โครงการงาน

ลำดับ

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

/สาระการเรียนรู้

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา/
ชั่วโมง

คะแนน

1

1.สนุกกับโน้ตไทย-สากล
- เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี
- เสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีในบทเพลงจากวัฒนธรรมต่างๆ
ศ 2.1 ม.1/1-2 1. เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี

-การอ่านโน้ตดนตรีไทย

-โน้ตเพลงไทยอัตราจังหวะ 2 ชั้น

-โน้ตสากลในกุญแจซอลและฟา
2.ฟัง เสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีในบทเพลงจากวัฒนธรรมต่างๆ

3

10

2

ดนตรีต่างวัฒนธรรม
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีพื้นเมือง
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีสากล
ศ 2.1 ม.1/2,

ม.1/3,ม.1/7

ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรี

พื้นเมือง
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย
-ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีสากล

3

10

3

ร้องรำฮัมเพลง
- การร้องและการบรรเลงเครื่องดนตรีประกอบการร้อง
ศ 2.1 ม.1/4  

-ฝึกปฏิบัติการร้องเพลง

-ฝึกปฏิบัติเครื่องดนตรี

6

25

4

ครื้นเครงอารมณ์
- ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง
- นำเสนอบทเพลงที่ตนสนใจ
ศ 2.1 ม.1/5,

ม1/6, ม.1/7,

ม.1/8

 

ปฏิบัติการร้องเพลงอย่างน้อย 1 เพลง

-ปฏิบัติเครื่องดนตรี

อย่างน้อย 1 เพลง

3

25

 

 

 

 

 

 

ลำดับ

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

/สาระการเรียนรู้

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา/
ชั่วโมง

คะแนน

5

ชื่นชมรักษา
- การประเมินคุณภาพของบทเพลง
- การใช้ บำรุงรักษาเครื่องดนตรี

 

ศ 2.1 ม.1/8,

ม.1/9

 

- การประเมินคุณภาพของบทเพลง
- การใช้และบำรุงรักษาเครื่องดนตรี

2

10

6

 ปัญญาแตกฉาน
- บทบาทอิทธิพลของดนตรี
- องค์ประกอบของดนตรีแต่ละวัฒนธรรม
ศ 2.2 ม.1/1,

ม.1/2

- บทบาทและอิทธิพลของดนตรี

(ประวัติความเป็นมาของดนตรีไทยและดนตรีสากล)
- องค์ประกอบของดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม (เสียงดนตรี ทำนอง จังหวะ การประสานเสียง รูปแบบ)

3

20

 

 

 

 

 

 

 

 

กำหนดการสอนและจุดประสงค์การเรียนรู้

สัปดาห์ที่
(ว/ด/ป)

คาบที่

หน่วยการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้

จุดประสงค์การเรียนรู้

1-3
(……………)

1-3

ปฐมนิเทศ
- ชี้แจงเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้/การวัดผลประเมินผล/ภาระงานชิ้นงาน
-
ทดสอบทักษะพื้นฐานทางศิลปะ
1. สนุกกับตัวโน้ตไทย สากล
- เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรีไทยและดนตรีสากล
- เสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีในบทเพลงจากวัฒนธรรมต่างๆ

 

1. เพื่อให้นักเรียนทราบเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาดนตรี  เช่น วิธีการจัดกิจกรรม สาระการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล  ภาระงาน เป็นต้น
2. อธิบายความหมายลักษณะและสัญลักษณ์ทางดนตรีไทยและดนตรีสากลได้
3. อ่าน เขียน ร้องโน้ตไทย และโน้ตสากลได้ถูกต้องตามหลักการ
4. เปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีที่มีบริบทมาจากวัฒนธรรมที่ต่างกันได้

4-6
(……………….)

4-6

2. ดนตรีต่างวัฒนธรรม
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีพื้นเมือง
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย
-ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีสากล
1.อธิบายประเภทและลักษณะของเครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีสากลและเครื่องดนตรีพื้นเมืองได้                                                                      2.บอกประเภทและลักษณะของวงดนตรีไทย   วงดนตรีสากลและวงดนตรีพื้นเมืองได้

7-9

7-9

3.ร้องรำฮัมเพลง
- การร้องและการบรรเลงเครื่องดนตรีประกอบการร้อง
1. สามารถปฏิบัติการฝึกขับร้องเพลงได้             2. สามารถปฏิบัติการฝึกบรรเลงเครื่องดนตรีได้อย่างน้อย 1 ชิ้น

10

10

สอบวัดผลด้านความรู้กลางภาค

 

 

11-12

11-12

3.ร้องรำฮัมเพลง
- การร้องและการบรรเลงเครื่องดนตรีประกอบการร้อง
1. สามารถปฏิบัติการฝึกขับร้องเพลงได้             2. สามารถปฏิบัติการฝึกบรรเลงเครื่องดนตรีได้อย่างน้อย 1 ชิ้น

สัปดาห์ที่
(ว/ด/ป)

คาบที่

หน่วยการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้

จุดประสงค์การเรียนรู้

13 -15

13-15

4.ครื้นเครงอารมณ์
- ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง
-
นำเสนอบทเพลงที่ตนสนใจ
1.มีทักษะในการถ่ายทอดและนำเสนอบทเพลงที่ตนสนใจโดยการขับร้องและบรรเลงบทเพลงได้

16-17

16-17

5.ชื่นชมรักษา
- การประเมินคุณภาพของบทเพลง
- การใช้ บำรุงรักษาเครื่องดนตรี
1.ประเมินคุณภาพงานดนตรีหรือเพลงที่ฟังโดยใช้หลักเกณฑ์สุนทรียภาพทางดนตรีได้
2.อธิบายวิธีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีสากลได้

18-19

18-19

6.ปัญญาแตกฉาน
-
บทบาทอิทธิพลของดนตรี
- องค์ประกอบของดนตรีแต่ละวัฒนธรรม
1. สามารถอธิบายบทบาทและอิทธิพลของดนตรี

(ประวัติความเป็นมาของดนตรีไทยและดนตรีสากล)ได้
2.สามารถอธิบายองค์ประกอบของดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม (เสียงดนตรี ทำนอง จังหวะ การประสานเสียง รูปแบบ)ได้

 

20

20

สอบวัดผลความรู้ปลายภาค  

  12. กระบวนการจัดการเรียนรู้

1.  การบรรยายเนื้อหาในห้องเรียน

2.  การฝึกทักษะและปฏิบัติตามเนื้อหา

3.  นักเรียนศึกษาและค้นคว้าเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียนด้วยตนเอง

4.   การอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นภายในกลุ่ม

5.  การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

6.  การฉายภาพนิ่ง วีดิทัศน์ประกอบการเรียน

7.  การเรียนรู้แบบสาธิต

8.  การเชิญวิทยากรให้ความรู้

 

13.  แผนการประเมินผลการเรียนรู้และการมอบหมายงาน

การสอนวิชาดนตรีศึกษา 1 รหัสวิชา ศ 21102   ประจำภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2554 มีแผนการประเมิน
ผลการเรียน  ดังนี้
13.1 ประเมินจากผลการปฏิบัติงานระหว่างทำกิจกรรมการเรียนรู้หรือภาระงานชิ้นสำคัญที่
มอบหมาย                                                                                                                      60     คะแนน
13.2 ประเมินจากการสอบกลางภาค                                                                                    20    คะแนน
13.3 ประเมินจากการสอบปลายภาค                                                                                  20     คะแนน                                                                                                                     รวม    100         คะแนน

                รายละเอียดการประเมินผลแต่ละหัวข้อ ดังนี้
5.1 ประเมินจากภาระงานชิ้นสำคัญที่มอบหมาย  (10  คะแนน )และกิจกรรมภาคปฏิบัติแล้วเสร็จในชั่วโมงเรียน  ( 50  คะแนน )

รายการ

รูปแบบ
ของงาน

วันที่มอบหมาย

กำหนดส่ง

เวลาที่ควรใช้(คาบ)

คะแนน

1.ปฏิบัติการขับร้องเพลงประเภทต่างๆและปฏิบัติการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยและสากล

งานเดี่ยว

……………… ในชั่วโมงเรียนแต่ละสัปดาห์

11 คาบและนอกเวลาเรียน

50  คะแนน

2.ประเมินตนเองจากการปฏิบัติ(ประเมินการปฏิบัติงานดนตรีและการบำรุงรักษาเครื่องดนตรี)

งานเดี่ยว

……………….. ในชั่วโมงเรียนแต่ละสัปดาห์

2 คาบและ นอกเวลาเรียน

10 คะแนน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

13.2 ประเมินการสังเกตพฤติกรรมการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน

การประเมินการสังเกตพฤติกรรมการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนวิชาดนตรี 1  รหัสวิชา ศ 20102  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ประจำภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2554
โดยกำหนดรายการประเมินดังแสดงในตารางข้างล่าง

รายการประเมิน

ระดับพฤติกรรม/คุณลักษณะอันพึงประสงค์

ดีเยี่ยม
(5)

ดีมาก(4)

ดี
(3)

ปานกลาง
(2)

ต้องปรับปรุง(1)

1.รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
1.1 แสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
         
2.ภูมิใจในความเป็นไทยและศิลปวัฒนธรรมไทย 
2.1.  มีความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาสุภาพ มีมารยาทความเป็นไทย
2.2 อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในท้องถิ่น
         
3.มีจิตสาธารณะและมีอุดมการณ์มุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ
3.1 มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม
3.2 มีพฤติกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย
3.3 ช่วยเหลืองานส่วนรวม
         
4. มีวินัยและมีความซื่อสัตย์สุจริต
4.1 ปฏิบัติตนตามระเบียบ กฎ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด
4.2 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ตรงต่อเวลา ไม่คัดลอกผลงานคนอื่น มุ่งพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
         
5. มุ่งมั่นในการทำงานและอยู่อย่างเพียงพอ
5.1 มีทักษะกระบวนการจัดการที่ดีในการทำงาน
5.2 มีความวิริยะ เพียรพยายาม มุ่งมั่นในการสร้างผลสัมฤทธิ์ของงาน
5.3 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ทางดนตรีได้อย่างคุ้มค่า ถูกต้อง รู้จักบำรุงรักษาอุปกรณ์
         
6. ใฝ่รู้  ใฝ่เรียน รักการอ่านและการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง
6.1 มีทักษะกระบวนการคิด การสืบค้น  การจัดการความรู้
6.2 กระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน
6.3 รักการอ่านอยู่ตลอดเวลา
         

 

 

 

รายการประเมิน

ระดับพฤติกรรม/คุณลักษณะอันพึงประสงค์

ดีเยี่ยม
(5)

ดีมาก(4)

ดี
(3)

ปานกลาง
(2)

ต้องปรับปรุง(1)

7. เห็นคุณค่าของการเรียนรู้จากการปฏิบัติทดลองจริง
7.1 ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนตามกระบวนการ
7.2 เห็นความสำคัญและเกิดการเรียนรู้ได้จากการลงมือปฏิบัติจริง

 

 

 

 

 

8.เห็นคุณค่าและความสำคัญของการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้น
8.1 มีทักษะและคุณลักษณะนักวิจัย
8.2 คิดประดิษฐ์เครื่องดนตรีจากวัสดุเหลือใช้

 

 

 

 

 

9.มีจิตใจเปิดกว้าง เชื่อในเหตุผล เปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของตนเองได้ตามข้อมูลและหลักฐานใหม่ที่ได้รับ

 

 

 

 

 

10. รักและเห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย

 

 

 

 

 

13.3 ประเมินจากการสอบกลางภาค ( 20  คะแนน )

กำหนดการสอบกลางภาคระหว่างวันที่ ………………… เวลาที่ใช้สอบ  45  นาที สาระการเรียนรู้และลักษณะของข้อสอบที่ใช้ในการสอบกลางภาคมีรายละเอียด  ดังนี้

หัวข้อ/เนื้อหาที่ใช้ในการสอบ

ลักษณะและจำนวนข้อสอบ

คะแนน

สนุกกับตัวโน้ตไทย สากล
- เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรีไทยและดนตรีสากล
- เสียงร้องและเสียงเครื่องดนตรีในบทเพลงจากวัฒนธรรมต่างๆ

อัตนัย  ( 5 ข้อ)

10  คะแนน

ดนตรีต่างวัฒนธรรม
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีพื้นเมือง
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย
- ประเภทเครื่องดนตรีและวงดนตรีสากล

อัตนัย  (5  ข้อ)

10  คะแนน

รวม

20  คะแนน

 

13.4 ประเมินจากการสอบปลายภาค ( 20  คะแนน )

กำหนดการสอบปลายภาคระหว่างวันที่ …………………..เวลาที่ใช้สอบ  45  นาที สาระการเรียนรู้และลักษณะของข้อสอบที่ใช้ในการสอบปลายภาคมีรายละเอียด  ดังนี้

 

หัวข้อ/เนื้อหาที่ใช้ในการสอบ

ลักษณะและจำนวนข้อสอบ

คะแนน

- บทบาทอิทธิพลของดนตรี

อัตนัย ( 5 ข้อ)

10  คะแนน

- องค์ประกอบของดนตรีแต่ละวัฒนธรรม

อัตนัย  (5 ข้อ)

10   คะแนน

รวม

20  คะแนน

 

14.  แหล่งเรียนรู้ / สื่อการเรียนรู้

1.  หนังสือดนตรี (ไม่จำกัดผู้แต่งและภาษา)

2.  ใบความรู้

3.  อินเทอร์เน็ต

4.  ภาพประกอบ

5.  ห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดต่างๆ

6.  สื่อวีดิทัศน์

7.  ครู อาจารย์ ผู้ปกครองและผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์

8.  แหล่งเรียนรู้ในชุมชน

 

ลงชื่อ…………………………………………….

(นายชาตรี  ถนอมวงษ์)

ครูผู้สอน

 

ลงชื่อ………………………………………………….

(นายชาตรี  ถนอมวงษ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

 

 

ลงชื่อ…………………………………………………..

(นายปรีชา  ไพรินทร์)

รองผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

 

 

ลงชื่อ……………………………………………………

(นายสุวิทย์  ซื่อตรง)

ผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

ใบความรู้วิชานาฏศิลป์

มาตรฐาน

                                                                               ใบความรู้วิชานาฏศิลป์
นาฏศิลป์ 
หมายถึง ศิลปะการฟ้อนรำที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น จากท่าทางธรรมชาติ แต่ต้องประณีตลึกซึ้งตรึงตาตรึงใจ ทั้งเพียบพร้อมไปด้วยความวิจิตรบรรจง อันละเอียดอ่อนและปฏิบัติให้สมบูรณ์ มีแบบแผน และยังต้องอาศัยการร้องและการบรรเลงเข้าร่วมด้วย
ที่มาของการเกิดนาฏศิลป์
1. เลียนแบบธรรมชาติ เช่น การเดิน การเลียนแบบท่าทางของสัตว์ รัก โกรธ
2.  บูชาหรือบวงสรวงเทพเจ้า เช่น ชาวป่าอาฟริกา รำแม่ศรี
ประเภทของนาฏศิลป์ไทย แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การแสดงโขน การแสดงละคร  การแสดงระบำ รำ  และนาฏศิลป์พื้นเมือง
โขน  คือ การแสดงท่ารำเต้น ออกท่าทางเข้าดนตรี ประกอบด้วยตัวละครที่เป็นยักษ์  ลิง มนุษย์ และเทวดา  ผู้แสดงสวมหัวโขน ไม่ร้องและเจรจาเองทั้งหมด  แต่ปัจจุบันผู้แสดงเป็นมนุษย์และเทวดาไม่ต้องสวมหัวโขน
ละคร หมายถึง การแสดงประเภทหนึ่ง ซึ่งแสดงเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตที่ปรากฏในวรรณกรรมมีศิลปะการแสดงและดนตรีเป็นสื่อสำคัญ รวมไปถึงการจัด อุปกรณ์การแสดง
รำ ระบำ หมายถึง  ศิลปะการร่ายรำที่แสดงพร้อมกันเป็นหมู่เป็นชุด  ไม่มีการดำเนินเรื่องราวท่ารำ  อาจมีความหมายเข้ากับเนื้อร้องหรือไม่มีความหมาย  เป็นศิลปะที่มุ่งถึงความพร้อมเพรียง  ความสวยงามในการใช้ลีลาท่ารำ  ความสวยงามของการแต่งกาย  และการรื่นเริงบันเทิงใจ
นาฏศิลป์พื้นเมือง แบ่งออกเป็น  4 ประเภท ได้แก่ 1.  นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือ 2.  นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง
3.  นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคอีสาน 4.  นาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้
รำวงมาตรฐาน แต่เดิมเรียกว่า รำโทน กรมศิลปากรจึงแต่งบทร้องและทำนองเพลงขึ้นใหม่ 4 เพลง คือ งามแสงเดือน ชาวไทย คืนเดือนหงาย และรำมาซิมารำ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้แต่งบทร้องอีก 6 เพลง คือ ดวงจันทร์วันเพ็ญ ดอกไม้ของชาติ หญิงไทยใจงาม ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ยอดชายใจหาญ และ บูชานักรบ ประดิษฐ์ท่ารำประกอบเพลงรำวงทั้ง 10 เพลงนั้น คือ คณะอาจารย์ด้านนาฏศิลป์ของกรมศิลปากร ได้ช่วยกันคิดประดิษฐ์ท่ารำให้งดงามถูกต้องตามหลักนาฏศิลป์ กำหนดให้เป็นแบบมาตรฐาน ผู้คิดประดิษฐ์ท่ารำของรำวงมาตรฐาน คือ หม่อมต่วน (นางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก) ครูมัลลี คงประภัทร์ ครูลมุล ยมะคุปต์ และครูผัน โมรากุล
วิธีเล่นรำวงมาตรฐาน
1. แสดงเป็นคู่ ชาย – หญิง จะใช้กี่คู่ก็ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่ เข้าแถวเป็นวงกลม2. ก่อนเริ่มรำ หญิง – ชาย ทำความเคารพกันด้วยการไหว้ หรือ หญิงพนมมือไหว้ ชายโค้ง
3. ก่อนรำแต่ละเพลง ดนตรีนำ 1 วรรค เพื่อให้การเดินเท้าในจังหวะแรก
ทิศทางการรำทวนเข็มนาฬิกา
4. ใช้ท่ารำตามที่กำหนดไว้ในแต่ละเพลง

 

การแต่งกาย มี 4 แบบ คือ 1.  แต่งกายแบบไทยพื้นบ้าน  2. แต่งกายแบบสากลนิยม  3. แต่งกายแบบไทยสมัยนิยม
4. แต่งกายแบบราตรีสโมสร
เพลงงามแสงเดือน  ท่ารำ สอดสร้อยมาลา (นาฏยศัพท์ มี ตั้งวงบน และจีบล่างหรือจีบหงาย หรือ จีบชายพก)
เพลงชาวไทย  ท่ารำ ชักแป้งผัดหน้า  (นาฏยศัพท์ ตั้งวงหน้า, จีบปรกข้าง)
เพลงรำมาซิมารำ ท่ารำส่าย (นาฏยศัพท์ ตั้งมือ แขนตึงระดับไหล่)
มารยาทในการชมการแสดงและการหลีกเลี่ยง  1.  ศึกษารูปแบบชนิดของละครที่ชม 2. ศึกษาประวัติความเป็นมา 3. แต่งกายสุภาพ  4. ไม่นำอาหาร เครื่องดื่มเข้าไปรับประทาน 5. มีสมาธิในการชม ไม่คุย ไม่รบกวน ปิดโทรศัพท์มือถือ 6. เมื่อแสดงจบ ต้องขอบคุณด้วยการปรบมือ 7. ประเมินผลการแสดง

ใบความรู้วิชาดนตรี

มาตรฐาน

ใบความรู้วิชาดนตรี

สมัยสุโขทัย  หลักศิลาจารึกสมัยสุโขทัยกล่าวถึงเครื่องดนตรีไทยไว้มากมาย มีวงดนตรีไทยดังนี้ วงบรรเลงพิณ วงขับไม้
วงปี่พาทย์เครื่องห้า วงมโหรี
สมัยทวารวดี ปรากฎหลักฐานในภาพปูนปั้นที่เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เป็นภาพผู้หญิงห้าคนเล่นดนตรี
สมัยอยุธยา เครื่อง ดนตรีมีครบถ้วนทั้งดีด สี ตี เป่า ชาวบ้านนิยมเล่นกันมาก จนในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ต้องออกกฎมณเฑียรบาล ห้ามเป่าขลุ่ย เป่าปี่ สีซอ ดีดกระจับปี่ ดีดจะเข้ ตีโทนทับ ในเขตพระราชฐาน
รัชกาลที่ 1
  มีการเพิ่มกลองทัดในวงปี่พาทย์ขึ้นอีกหนึ่งลูก รวมเป็นสองลูก เสียงสูงลูกหนึ่งเรียกว่า “ตัวผู้” เสียงต่ำลูกหนึ่งเรียกว่า “ตัวเมีย
รัชกาลที่ 2 พระองค์ทรงซอสามสายได้ไพเราะ (ซอสามสายของพระองค์ได้มีนามว่า ซอสายฟ้าฟาด)
รัชกาลที่ 3  ทรงให้ยกเลิกละครหลวง การละครและดนตรีจึงไปเจริญรุ่งเรืองอยู่ตามวังของเจ้านาย ซึ่งส่งผลให้ดนตรีไทยแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน  เกิดเครื่องดนตรีขึ้นอีกสองชนิดในวงปี่พาทย์ คือระนาดทุ้มกับฆ้องวงเล็ก
รัชกาลที่ 4  
เกิดระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก
รัชกาลที่ 5 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ฯ เสด็จยุโรปนำละครโอเปรา มาปรับปรุงเป็น ละครดึกดำบรรพ์ ปรับปรุงวงปี่พาทย์ให้มีเสียงนุ่มนวลขึ้นเพื่อประกอบการแสดงละครรูปแบบใหม่ โดยนำเครื่องดนตรีที่มีเสียง มาแทนเครื่องดนตรีที่มีเสียงดังหรือเสียงเล็กแหลม เรียกวงปี่พาทย์นี้ว่า วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์”
รัชกาลที่ 6  ได้การปรับปรุงวงปี่พาทย์ขึ้นมาอีกชนิดหนึ่ง โดยนำวงดนตรีของมอญมาผสมกับ วงปี่พาทย์ของไทย ต่อมาเรียกวงดนตรีผสมนี้ว่า “วงปี่พาทย์มอญ” และกลายเป็นที่นิยมใช้บรรเลงประโคมในงานศพ
สมัยรัชกาลที่ 7    ได้ทรงสนพระทัยทางด้าน ดนตรีไทย มากเช่นกัน พระองค์ได้พระราชนิพนธ์ เพลงไทยที่ไพเราะไว้ถึง 3 เพลง คือ เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง 3 ชั้น เพลงเขมรลออองค์ (เถา) และเพลงราตรีประดับดาว (เถา)
สมัยรัชกาลที่ 9  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ได้ทรงสนพระทัยทางด้าน ดนตรีไทย มากเช่นกัน ในยุคของพระองค์ได้มีการวัดความถี่ของเสียงดนตรีไทยให้เป็นมาตรฐาน สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ทรงประพันธ์เพลง ไทยดำเนินดอย
                                                                                    องค์ประกอบของดนตรี

1.  จังหวะ (Rhythm) หมายถึง การเคลื่อนไหวของทำนองเพลง อาจกำหนดไว้เป็นความช้าเร็วต่าง ๆ กัน เช่นเพลงจังหวะช้า เพลงจังหวะเร็ว ซึ่งจังหวะจะบอกถึงลีลา อารมณ์ของบทเพลงนั้น ๆ ถ้าเป็นจังหวะของดนตรีไทย มีเครื่องดนตรีประเภท ฉิ่ง จังหวะหน้าทับ และจังหวะสามัญ เป็นตัวกำกับ
2.  เสียงดนตรี (Tone) เป็นเสียงสั่นสะเทือนของอากาศอย่างสม่ำเสมอ เช่น การร้อง การเป่า การดีดและการสี แบ่งเป็น ระดับเสียง ความยาวของเสียง ความเข้มของเสียง และคุณภาพของเสียง

3.  ทำนอง (Melody) หมายถึง การจัดเรียงลำดับเสียงต่ำ เสียงสูง เสียงสั้น เสียงยาว เสียงทุ้ม ของดนตรีหรือบทเพลงทำนองของดนตรีหรือทำนองของบทเพลงแต่ละเพลง
4.  การประสานเสียง (
Harmony) หมายถึง การผสมผสานเสียงตั้งแต่ 2 เสียงขึ้นไป โดยเรียบเรียงนำเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละเครื่องและเสียงร้องเพลงของมนุษย์ที่มีระดับเสียงต่างกัน เปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน
5.   คีตลักษณ์ หรือรูปแบบ (
Music Form)  โครงสร้างของบทเพลงที่มีแบบแผน
6.   รูปพรรณหรือพื้นผิว (Texture) เป็น ความสัมพันธ์ระหว่างทำนองกับการประสาน ทำให้เกิดภาพรวมของ
6.1 แบบโมโนโฟนี (
Monophony) ดนตรีแนวทำนองเดียว ไม่มีเสียงประสานหรือองค์ประกอบใด
6.2 แบบโฮโมโฟนี(Homophony) มีทำนองหลักและทำนองประสาน ทำให้ไพเราะ เช่น เพลงไทยสากล เพลงพื้นบ้าน
6.3 แบบโพลิโฟนี(Polyphony) มีทำนองหลายแนวมาประสานกับทำนองหลัก
7.  สีสันของเสียง (
Tone Color) คุณสมบัติของเสียงของเครื่องดนตรีและเสียงร้องของมนุษย์
ยุคต่างๆของดนตรีสากล
         นักปราชญ์ทางดนตรีได้แบ่งดนตรีสากลออกเป็นยุคต่างๆดังนี้
1. โพลีโฟนิค Polyphonic  Period ยุคนี้เป็นยุคแรก  วิวัฒนาการมาเรื่อยๆ  จนมีแบบฉบับและหลักวิชการ
ดนตรีขึ้น วงดนตรีอาชีพตามโบสถ์ ตามบ้านเจ้านาย และมีโรงเรียนสอนดนตรี
         2. บาโรค Baroque  Period ยุคนี้วิชาดนตรีได้เป็นปึกแผ่น  มีแบบแผนการเจริญด้านนาฏดุริยางค์ มีมากขึ้น
มีโรงเรียนสอนเกี่ยวกับอุปรากร  (โอเปร่า)  เกิดขึ้น 
3.
คลาสสิค Classical  Period ยุคนี้เป็นยุคที่ดนตรีเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่  มีแบบแผน เป็นดนตรีบริสุทธิ์ เพื่อการฟังโดยเฉพาะ มีความรุ่งเรืองมากขึ้น  มีนักดนตรีเอก 3 ท่านคือ  HaydnGluck และMozart
        4. โรแมนติค Romantic Period  ยุคนี้มีการใช้เสียงดนตรีที่เน้นถึงอารมณ์อย่างเด่นชัดเป็นยุคที่ดนตรีเจริญ
ถึงขีดสุด เรียกว่ายุคทองของดนตรี นักดนตรีเช่น Beetoven และคนอื่นอีกมากมาย
         5. โมเดิร์น Modern  Period  เป็นยุคที่ดนตรีเปลี่ยนแปลงไปมาก  ดนตรีประเภทแจ๊ส (Jazz) กลับมามีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

ประมวลรายวิชานาฏศิลป์พื้นฐาน ศ21103

มาตรฐาน

 

 

 

 

ประมวลวิชา (Course Syllabus)

สาระการเรียนรู้ ศ 21103    รายวิชา นาฏศิลป์พื้นฐาน (ART  21103  Basic Thai  Dance) 

จำนวน  1  ชั่วโมง/ สัปดาห์/ภาคเรียน    จำนวน  20  ชั่วโมง     0.5  หน่วยกิต

 

1. รหัสวิชา                                            ศ21103

2. จำนวนหน่วยกิต                            0.5  หน่วย

3. ชื่อวิชา                                               นาฏศิลป์พื้นฐาน (ART  21103  Basic Thai  Dance)

4. กลุ่มสาระการเรียนรู้                      ศิลปะ

5. ภาคการศึกษา/ปีการศึกษา            2 / 2554

6. ชื่อผู้สอน                                          นายชาตรี  ถนอมวงษ์

7. สถานภาพของวิชา                         พื้นฐาน

8. จำนวนคาบ                                      1 คาบ/สัปดาห์

9. คำอธิบายรายวิชา

ศึกษาวิเคราะห์  อิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม  และ

ฝึกปฏิบัติ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับนาฏยศัพท์  หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง  พัฒนาทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลป์อย่างง่าย  ได้แก่  นาฏยศัพท์  ระบำเบ็ดเตล็ด รำวงมาตรฐาน รู้จักรูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย  นาฏศิลป์พื้นเมือง  และประเภทของละครไทยในแต่ละยุคสมัย    โดยใช้กระบวนการการสร้างความรู้ความเข้าใจ  กระบวนการคิดวิเคราะห์  และเรียนรู้วิธีการสืบค้นข้อมูลอย่างสร้างสรรค์

มีความรู้ความเข้าใจในปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย  และละครพื้นบ้าน  สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมการแสดงละครอย่างง่ายๆ   ใช้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่มในกระบวนการผลิตการแสดง  ศึกษาการประเมินคุณภาพของผลงานการแสดงที่ชม   ใช้เกณฑ์ง่าย ๆ ที่กำหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพ  การแสดงที่ชม โดยเน้นเรื่องการใช้เสียง  การแสดงท่า  และการเคลื่อนไหว  ใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์  และกระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์

มีทักษะพื้นฐานของนาฏศิลป์และการละคร  สามารถแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์  เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นกลุ่ม    ฝึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการ  มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ด้วยความชื่นชมและเห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย

 

 

10. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                1. อธิบายอิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม

2. ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง

3. แสดงนาฏศิลป์และการละครในรูปแบบง่าย ๆ

4. บรรยายประเภทของละครไทย ในแต่ละยุคสมัย

5.ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์  นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย และละครพื้นบ้าน

6.ใช้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่มในระบวนการผลิตการแสดงง่าย ๆ ที่กำหนดให้ ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียงการแสดงท่า  และการเคลื่อนไหว

7. ใช้เกณฑ์ง่าย ๆ ที่กำหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียงการแสดงท่า  และการเคลื่อนไหว

มาตรฐานและตัวชี้วัด

ศ.3.1                      ม.1.1/1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.1/5
ศ.3.2                      ม.1/1,ม.1/2

11. แผนการเรียน/โครงการงาน

 

สัปดาห์ที่

(วันที่)

คาบที่

หัวข้อ/สาระการเรียนรู้

ตัวชี้วัด

   1-2

(25 ต.ค.-4 พ.ย.54)

 

1-2

( 2 ชม.)

ปฐมนิเทศ 1.  มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างรายวิชา นาฏศิลป์พื้นฐาน

2.  เข้าใจภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติและส่งตามกำหนดเวลาได้

3.เข้าใจกระบวนการจัดการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผลได้

4.  เพื่อให้รู้แหล่งเรียนรู้ค้นคว้าเพิ่มเติม

 

 

 


.กำหนดการสอนและจุดประสงค์การเรียนรู้

สัปดาห์ที่

 

คาบที่

หัวข้อ/สาระการเรียนรู้

ตัวชี้วัด

        1 – 2

( 2 ชม.)

บทที่ 1.นักแสดงชื่อดัง

  • ประวัติศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดง
  • อิทธิพลของนักแสดงที่มีต่อผู้ชม
  • การพัฒนารูปแบบของการแสดง
  • การปฏิบัติของผู้แสดงและผู้ชม

 

 

  1. อธิบายอิทธิพลของนักแสดงชื่อดังที่มีผลต่อการโน้มน้าวอารมณ์หรือความคิดของผู้ชม

 

 

3-6

(7 พ.ย.- 2 ธ.ค.54)

3 – 6

( 4 ชม.)

บทที่ 2.ทักษะนาฏศิลป์ไทย

  • นาฏยศัพท์

-                   ความหมายของนาฏยศัพท์

-                   นาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้มือ

-                   นาฏยศัพท์เกี่ยวกับการใช้เท้า

  • ภาษาท่าและการตีบท

-                   ภาษาท่าที่ใช้แทนคำพูด

-                   การตีบท

  • ท่าทางการเคลื่อนไหวที่แสดงสื่อทางอารมณ์

-                   ท่าทางที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกภายใน

  • ระบำเบ็ดเตล็ด

-                   ระบำเบ็ดเตล็ดที่ปรับปรุงจากมาตรฐาน

-                   ระบำเบ็ดเตล็ดที่ปรับปรุงจากพื้นบ้าน

-                   ระบำเบ็ดเตล็ดที่ปรับปรุงจากลักษณะท่าทางของสัตว์

-                   ระบำเบ็ดเตล็ดที่ปรับปรุงตามเหตุการณ์ต่างๆ

  • รำวงมาตรฐาน

-                   ประวัติความเป็นมา

-                   เพลงงามแสงเดือน

-                   เพลงชาวไทย

-                   เพลงรำมาซิมารำ

 

 

 

  1. ใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง

 

7- 9

(5 ธ.ค.-23 ธ.ค.54)

7-9

( 3 ชม.)

บทที่3.รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์

  • รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย

-                   โขน

-                   ละคร

-                   ระบำ,รำ,ฟ้อน

  • รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง

-                   ภาคเหนือ

-                   ภาคกลาง

-                   ภาคอีสาน

-                   ภาคใต้

  1. แสดงนาฏศิลป์และการละครในรูปแบบง่ายๆ

 

10

(26-30 ธ.ค.54)

10

สอบกลางภาค  

11-12

(2-13 ม.ค.55)

11-12

( 2 ชม.)

บทที่4. ละครไทยยุคต่างๆ

  • ประเภทละครไทยในแต่ละยุกต์

-                   สมัยน่านเจ้า

-                   สมัยสุโขทัย

-                   สมัยอยุธยา

-                   สมัยธนบุรี

-                   สมัยรัตนโกสินทร์

  1. บรรยายประเภทของละครไทย  ในแต่ละยุคสมัย

 

13-15

(16 ม.ค.55-3 ก.พ.55)

13-15

( 3 ชม.)

บทที่5.นาฏศิลป์กับการเปลี่ยนแปลง

  • ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์

-                   นาฏศิลป์ไทยมาตรฐาน

-                   นาฏศิลป์พื้นเมือง

  •  ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ ละครไทยและละครพื้นบ้าน
  1. ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์  นาฏศิลป์พื้นบ้าน  ละครไทย  และละครพื้นบ้าน

 

16-19

(6 ก.พ.-2 มี.ค.55)

16- 19

( 4 ชม.)

บทที่6.ละครสร้างสรรค์

  • บทบาทและหน้าที่ต่างๆในการจัดการแสดง
  • การสร้างสรรค์กิจกรรมการแสดง
  • การประเมินคุณภาพของผลงานการแสดงที่ชม

 

 

 

 

 

 

 

 

      3.    แสดงนาฏศิลป์และการ   ละครในรูปแบบง่ายๆ

6.   ใช้ทักษะการทำงานเป็นกลุ่มในกระบวนการผลิตการแสดงง่ายๆ  ที่กำหนดให้  ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียงการแสดงท่า  และการเคลื่อนไหว

7.   ใช้เกณฑ์ง่ายๆ  ที่กำหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพการแสดงที่ชมโดยเน้นเรื่องการใช้เสียงการแสดงท่า  และการเคลื่อนไหว

 

ตามตารางของโรงเรียน

20

 

20

 

สอบปลายภาค

 

12. กระบวนการจัดการเรียนรู้

1.  การบรรยายเนื้อหาในห้องเรียน

2.  การฝึกทักษะและปฏิบัติตามเนื้อหา

3.  นักเรียนศึกษาและค้นคว้าเพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียนด้วยตนเอง

4.   การอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นภายในกลุ่ม

5.  การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

6.  การฉายภาพนิ่ง วีดิทัศน์ประกอบการเรียน

7.  การเรียนรู้แบบสาธิต

8.  การเชิญวิทยากรให้ความรู้

 

13.  แผนการประเมินผลการเรียนรู้และการมอบหมายงาน

การสอนวิชานาฏศิลป์พื้นฐาน  รหัสวิชา ศ 21103  ประจำภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา  2554  มีแผนการประเมินผลการเรียน  ดังนี้
13.1 ประเมินจากผลการปฏิบัติงานระหว่างทำกิจกรรมการเรียนรู้หรือภาระงานชิ้นสำคัญ

ที่มอบหมาย                                                                                                                   50     คะแนน
13.2 ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

10     คะแนน
13.3 ประเมินจากการสอบกลางภาค                                                                   20     คะแนน

13.4 ประเมินจากการสอบปลายภาค                                                                 20     คะแนน

รวม                     100 คะแนน

 

รายละเอียดการประเมินผลแต่ละหัวข้อ ดังนี้

ประเมินจากภาระงานที่มอบหมาย (50 คะแนน)

 

รายการ

รูปแบบของงาน

วันที่

มอบหมาย

กำหนดส่ง

เวลาที่

นักเรียน

ควรใช้(นาที)

คะแนน

1.ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าประวัติและผลงานของ

-ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง 1 ท่าน

-นักแสดงที่ชื่นชอบ สาขาศิลปะการแสดง 1 ท่าน

 

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 1-2

(25 ต.ค.-4 พ.ย.54)

สัปดาห์ที่ 3

(7-11 พ.ย.54)

สัปดาห์ละ 15 นาที

10

2.ให้นักเรียนนำเสนอการแสดงท่าทางประกอบเพลงปลุกใจเพื่อให้เกิดความรักชาติ 1 เพลง

งานกลุ่ม

สัปดาห์ที่ 3-6

(7 พ.ย.-

2 ธ.ค.54)

สัปดาห์ที่ 6

(28 พ.ย.-2 ธ.ค 54)

50 นาที

(นอกเวลาเรียน)

10

3. รำวงมาตรฐาน 3 เพลง

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 3-6

(7 พ.ย.-

2 ธ.ค.54)

สัปดาห์ที่ 6

(28 พ.ย.-2 ธ.ค 54)

50 นาที

ในเวลาเรียน

10

4.ให้นักเรียนจัดการแสดงละครสร้างสรรค์

งานกลุ่ม

สัปดาห์ที่ 16

(6 ก.พ.-10 ก.พ.55)

สัปดาห์ที่ 19

(20-24 ก.พ 55)

สัปดาห์

ละ 20 นาที

20

รวม

 

50

 

หมายเหตุ       เวลาที่นักเรียนควรใช้ หมายถึง เวลาที่ครูได้พิจารณาว่า ในการทำงานหรือการบ้านชิ้นนั้น ๆ นักเรียนควรใช้เวลาทำประมาณเท่าใด การประมาณการดังกล่าว ครูได้พิจารณาจากความยาก ความซับซ้อน และปริมาณของงานหรือการบ้านชิ้นนั้น ๆ

 

ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน : จิตพิสัย 10 คะแนน

การประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายวิชา  นาฏศิลป์พื้นฐาน

รหัสวิชา  ศ21103 (ART 21103 Basic Thai Dance)  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ประจำภาคเรียนที่ 2

ปีการศึกษา 2554 ได้กำหนดหัวข้อการประเมินได้ดังแสดงในตารางข้างล่าง

หัวข้อการประเมิน

ผลการประเมิน

ดีเยี่ยม

(5)

ดีมาก

(4)

ดี

(3)

ปานกลาง

(2)

ต้องปรับปรุง

(1)

พฤติกรรมทางด้านความรับผิดชอบ

1 ความตั้งใจเรียนและฝึกฝนในการเรียนปฏิบัตินาฏศิลป์

         
2 สอบปฏิบัติตรงเวลาที่นัดหมาย/ ส่งงานตรงตามที่กำหนด          
พฤติกรรมทางด้านความมีระเบียบวินัย

3 เข้าชั้นเรียนตรงเวลา

         
4 จำนวนคาบที่เข้าเรียน          
พฤติกรรมทางด้านความซื่อสัตย์

5 ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด

 

 

 

 

 

พฤติกรรมทางด้านความเสียสละ

 

 

 

 

 

6.  มีพฤติกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

 

 

 

 

 

7.  ช่วยเหลืองานส่วนรวม

 

 

 

 

 

พฤติกรรมทางด้านสัมมาคารวะ

 

 

 

 

 

8.  มีความอ่อนน้อมถ่อมตน

 

 

 

 

 

9.  พูดจาสุภาพ

 

 

 

 

 

ประเมินจากการสอบกลางภาค ( 20  คะแนน )

กำหนดสอบกลางภาคระหว่างวันที่  26-28 ธ.ค. 54  เวลาที่ใช้ในการสอบ  60 นาที  สาระการเรียนรู้และลักษณะของข้อสอบที่ใช้ในการสอบกลางภาคมีรายละเอียดดังนี้

 

หัวข้อ/เนื้อหาที่ใช้ในการสอบ

ลักษณะและจำนวนข้อสอบ

คะแนน

การพัฒนารูปแบบของการแสดง -    อัตนัย 2 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

4

การปฏิบัติของผู้แสดงและผู้ชม -    อัตนัย 2 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

4

นาฏยศัพท์ -     ปรนัย 4 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

2

ภาษาท่าและการตีบท -     ปรนัย 4 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

2

รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์ไทย -     อัตนัย 2 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

4

รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง -     อัตนัย 4 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

4

รวม

20

                ประเมินจากการสอบปลายภาค   (20 คะแนน)

กำหนดสอบปลายภาคระหว่างวันที่  28-1 มี.ค.55 เวลาที่ใช้ในการสอบ 60 นาที

หัวข้อ/เนื้อหาและลักษณะของข้อสอบมีรายละเอียดดังตาราง

หัวข้อการประเมิน

ลักษณะและจำนวนข้อสอบ

คะแนน

ประเภทละครไทยในแต่ละยุค -    อัตนัย 10 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

10

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทยและละครพื้นบ้าน -    อัตนัย 2 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

4

บทบาทและหน้าที่ต่างๆในการจัดการแสดง -    อัตนัย 3 ข้อ (ชนิดบรรยายหรือเติมคำ)

6

รวม

20

 

14.  แหล่งเรียนรู้ / สื่อการเรียนรู้

1.  หนังสือนาฏศิลป์ (ไม่จำกัดผู้แต่งและภาษา)

2.  ใบความรู้

3.  อินเทอร์เน็ต

4.  ภาพประกอบ

5.  ห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดต่างๆ

6.  สื่อวีดิทัศน์

7.  ครู อาจารย์ ผู้ปกครองและผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์

8.  แหล่งเรียนรู้ในชุมชน

 

 

ลงชื่อ…………………………………………….

(นายชาตรี  ถนอมวงษ์)

ครูผู้สอน

 

 

 

ลงชื่อ………………………………………………….

(นายชาตรี  ถนอมวงษ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

 

 

 

ลงชื่อ…………………………………………………..

(นายปรีชา  ไพรินทร์)

รองผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

 

 

 

 

ลงชื่อ……………………………………………………

(นายสุวิทย์  ซื่อตรง)

ผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

 

ข้อความ

แผนการจัดการเรียนรู้และแผนการประเมินผลการเรียนรู้ฉบับย่อ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
รายวิชาพื้นฐาน   ศ 30105 สุนทรียศาสตร์กับการดำรงชีวิต           1 หน่วยกิต       2 คาบ/สัปดาห์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6                                                                   ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2554

อาจารย์ผู้สอน  นายชาตรี  ถนอมวงษ์

*************************************************************************************

1. คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา ความหมาย ขอบข่ายของสุนทรียศาสตร์และเข้าใจความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติ  ผลงานวิจิตรศิลป์  ศิลปะประยุกต์  ศิลปะประจำชาติ  ศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง ดนตรี ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว  อย่างเป็นระบบด้วยหลักการและเหตุผลของวิชาสุนทรียศาสตร์  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการชื่นชมความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของสุนทรียศาสตร์และประยุกต์ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถวิเคราะห์ความงามที่มีอยู่ในธรรมชาติ และจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
2. มีความรู้ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์ความงามของผลงานวิจิตรศิลป์และศิลปะประยุกต์ได้
3. มีความรู้ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ความงามของศิลปะประจำชาติไทยและศิลปะพื้นบ้านได้
4. มีความรู้ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ความงามของศิลปะการแสดงและชื่นชมดนตรีได้
5. มีความรู้ความเข้าใจสามารถวิเคราะห์ความงามของศิลปะภาพถ่ายและชื่นชมภาพยนตร์ได้
6. เห็นคุณค่าของวิชาสุนทรียศาสตร์และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้แผนการเรียนรู้ฉบับย่อรายวิชา ศ30105สุนทรียศาสตร์กับการดำรงชีวิต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554
3. กำหนดการสอนและจุดประสงค์การเรียนรู้

สัปดาห์ที่ คาบที่ หัวข้อ / สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการสอน / กิจกรรม

 

สัปดาห์ที่ คาบที่ หัวข้อ / สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการสอน / กิจกรรม สื่อการสอน / แหล่งเรียนรู้
1-2 1-4 ความหมายของสุนทรียศาสตร์และ

ธรรมชาติ

- ความหมายของสุนทรียศาสตร์

- สุนทรียในธรรมชาติ

- มีความรู้ความเข้าใจและซาบซึ้งธรรมชาติ

ที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของ

มนุษย์

ให้นักเรียนอภิปรายและถ่ายทอดความ

งดงามของธรรมชาติ

เป็นผลงานจิตรกรรม

ภาพถ่ายจากแหล่งธรรมชาติต่างๆ  /

อุปกรณ์การสร้างงานจิตรกรร,

3 5-6 ศิลปะและวัฒนธรรมประจำชาติจาก

มุมมองของคนปัจจุบัน

- สุนทรียกับศิลปะช่างพื้นบ้าน (ภาคกลาง , ภาคเหนือ , ภาคใต้ , ภาค

อีสาน)

- สุนทรียกับศิลปะช่างหลวง

- มีความซาบซึ้งและตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยตลอดจนความวิจิตรของศิลปะช่างหลวง อภิปรายเกี่ยวกับศิลปะพื้นบ้านและศิลปะ

ช่างหลวงโดยให้นักเรียนสร้างผลงานตาม

ความสนใจ

อุปกรณ์ในการสร้างงานศิลปะพื้นบ้านและ

ศิลปะช่างหลวง

4-5 7-10 สุนทรียกับผลงานวิจิตรศิลป์

- สุนทรียในผลงานวิจิตรศิลป์

- มีความซาบซึ้งในสุนทรียภาพของผลงานวิจิตรศิลป์ ให้นักเรียนคัดลอกผลงานที่มีชื่อเสียงระดับ

โลกศิลปิน

อุปกรณ์การสร้างงานจิตรกรรม
6-7 11-14 สุนทรียะกับผลงานศิลปะประยุกต์

- สุนทรียะกับสถาปัตยกรรม

- สุนทรียะกับสถาปัตยกรรมภายใน

- สุนทรียะกับนิเทศศิลป์

- สุนทรียะกับศิลปะอุตสาหกรรม

- สุนทรียะกับวัฒนธรรมการแต่งกาย

- มีความรู้ความเข้าใจในความหมายตลอดจนสุนทรียภาพของผลงานศิลปะประยุกต์รวมทั้งวิเคราะห์หลักของการ

ออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกรวมทั้งการ

ตกแต่งภายในที่พักอาศัย การออกแบบสื่อ

โฆษณา ศิลปะอุตสาหกรรม  วิเคราะห์ถึงเหตุและผลของการออกแบบเครื่องแต่งกาย

อย่างรู้กาลเทศะและเห็นความงามได้อย่างมี

ระบบ

ให้นักเรียนสร้าง สรรค์ผลงานด้านการ

ออกแบ

ภาพถ่ายผลงานการออกแบบ / อุปกรณ์

สำหรับการออกแบ

 
8-12 15-24 สุนทรียศิลปะการแสดงและดนตรี

1.  สุนทรียภาพด้านดนตรี
- กระแสดนตรีทาง

ตะวันตก พร้อมตัวอย่างเพลง

- กระแสดนตรีทาง

ตะวันออก พร้อมตัวอย่างเพลง

2.   สุนทรียภาพด้าน

ศิลปะการแสดง

- การสร้างสรรค์การ

เคลื่อนไหวร่างกายตาม

จังหวะลีลาของเพลง

- เครื่องแต่งกายสำหรับ

การแสดง

- เวทีการแสดง

3.   การถ่ายทอดอารมณ์ด้วยการสร้างสรรค์ท่าทางการเคลื่อนไหว

 - เข้าใจและซาบซึ้งในความงามจากแนว

ทางการสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงและ

ดนตรีอย่างเหมาะสมอยู่ในกรอบวัฒนธรรม

ที่ดีงามของไทย

-นักเรียนนำเสนอการแสดงเชิงสร้างสรรค์ -เพลง / วีดิทัศน์

-หนังสือสุนทรีย-

ศาสตร์เพื่อชีวิต (สำนักพิมพ์ มศว.)

-หนังสืองานฉากละคร 1,2 (สำนักพิมพ์

จุฬาลงกรณ์)

-หนังสือการจัดแสงสำหรับเวที

(สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์

13-15 25-30 สุนทรียภาพถ่ายและภาพยนตร์

- สุนทรียของภาพถ่าย

(องค์ประกอบของการถ่ายภาพ , เทคนิควิธีการ)

- สุนทรียของภาพยนตร์ (ภาพยนตร์ประเภทต่างๆ

- วิจารณ์ภาพยนตร์และแรงบันดาลใจของ

การสร้างสรรค์  รวมทั้งมีความซาบซึ้งใน

สุนทรียภาพของศิลปะภาพถ่ายและ

ภาพยนตร์ได้อย่างเหมาะสม

ให้นักเรียนนำเสนอผลงานการถ่ายภาพของตนเองหน้าชั้นเรียน / ให้นักเรียนวิจารณ์ภาพยนตร์ตามเรื่องที่ได้รับชม ภาพถ่าย / ภาพยนตร์
16-20 31-40 การสร้างสรรค์และนำเสนอ

ประสบการณ์ทางความงาม

- วิธีการนำเสนอผลงาน

- เพื่อให้นักเรียนรู้จักและศึกษาหลักการ

สร้างสรรค์ วิธีการนำเสนอผลงานอย่างเป็นระบบ

ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า ออกแบบเครื่องแต่งกายตามความสนใจ อุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับการออกแบบเครื่อง

แต่งกาย

 

4. แผนการประเมินผลการเรียนรู้และการมอบหมายงาน
การสอนรายวิชาสุนทรียศาสตร์กับการดำรงชีวิต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 การประเมินผลการเรียน  ดังนี้
4.1  ประเมินจากงานหรือการบ้านที่มอบหมาย  50 คะแนน
4.2  ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน : จิตพิสัย 10 คะแนน
4.3  ประเมินจากการสอบกลางภาค (สอบนอกตาราง)   20 คะแนน
4.4  ประเมินจากการสอบปลายภาค  (สอบนอกตาราง)   20 คะแนน
รวม     100 คะแนน
รายละเอียดการประเมินผลแต่ละหัวข้อ ดังนี้
4.1  ประเมินจากงานหรือการบ้านที่มอบหมาย (50 คะแนน)

รายการ

 

รูปแบบของงาน

 

วันที่มอบหมาย

 

กำหนดส่ง

 

เวลาที่นักเรียน

ควรใช้(นาที)

คะแนน

1. สุนทรียภาพในธรรมชาติ

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 1-2

(25-31 ต.ค. 54)

31 ต.ค.- 4 พ.ย. 54

สัปดาห์ละ 100 นาที

5

2. ศิลปะและวัฒนธรรมประจำชาติจากมุมมองของคนปัจจุบัน

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 3

(7-11 พ.ย. 54)

7-11 พ.ย. 54

สัปดาห์ละ 100 นาที

10

3. สุนทรียภาพกับงานศิลปะประยุกต์

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 6

(28 พ.ย.-2 ธ.ค. 54)

5-9 ธ.ค. 54

สัปดาห์ละ 100 นาที

10

4. สุนทรียภาพกับศิลปะการ

แสดงและดนตรี

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 8

(12-19 ธ.ค. 54)

9-13 ม.ค. 5

สัปดาห์ละ 100 นาที

15

5. สุนทรียภาพ ภาพถ่ายและภาพยนตร์

งานเดี่ยว

สัปดาห์ที่ 13

(16-20 ม.ค. 55)

30 ม.ค.-3 ก.พ. 5

สัปดาห์ละ 100 นาที

10

รวม

50

หมายเหตุ       เวลาที่นักเรียนควรใช้ หมายถึง เวลาที่ครูได้พิจารณาว่า ในการท างานหรือการบ้านชิ้นนั้น ๆ นักเรียนควรใช้เวลาทำประมาณเท่าใด การประมาณการดังกล่าว ครูได้พิจารณาจากความยาก ความซับซ้อน และปริมาณของงานหรือการบ้านชิ้นนั้น

 

4.2  ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน : จิตพิสัย (10 คะแนน)
การประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายวิชา ศ30105 สุนทรียศาสตร์กับการดำรงชีวิต ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ได้กำหนดหัวข้อการประเมินได้ดังแสดงในตารางข้างล่าง

หัวข้อการประเมิน

ผลการประเมิน

ดีเยี่ยม

(5)

ดีมาก

(4)

ดี
(3)

ปานกลาง(2)

ต้องปรับปรุง

(1)

พฤติกรรมทางด้านความรับผิดชอบ

1 ส่งงานตามที่กำหนด

2 มีความละเอียดรอบคอบในการทำงานและทำงานด้วยความเอาใจใส่

พฤติกรรมทางด้านความมีระเบียบวินัย

3 เข้าชั้นเรียนตรงเวลา

4 จำนวนคาบที่เข้าเรียน

พฤติกรรมทางด้านความซื่อสัตย์

5 ปฏิบัติตามระเบียบ กฎ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด

พฤติกรรมทางด้านความเสียสละ

6.  มีพฤติกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

7.  ช่วยเหลืองานส่วนรวม

พฤติกรรมทางด้านสัมมาคารวะ

8.  มีความอ่อนน้อมถ่อมตน

9.  พูดจาสุภาพ

 

4.3   ประเมินจากการสอบกลางภาค  (สอบนอกตาราง) 20 คะแนน
กำหนดสอบกลางภาคระหว่างวันที่  25 -30 ธ.ค. 55 เวลาที่ใช้ในการสอบ  100 นาที  สาระการเรียนรู้และลักษณะของข้อสอบที่ใช้ในการสอบกลางภาคโดยวิธีการสอบนอกตารางมีรายละเอียดดังนี้

หัวข้อ/เนื้อหาที่ใช้ในการสอบ

ลักษณะและจำนวนข้อสอ

คะแนน

สุนทรียะกับผลงานวิจิตรศิลป์ ตัดสินจากการปฏิบัติงานคัดลอกผลงานศิลปิน (งานเดี่ยว

20

รวม

20

 

 

4.4.  ประเมินจากการสอบปลายภาค (สอบนอกตาราง)  20 คะแนน
กำหนดสอบปลายภาคโดยการสอบนอกตาราง ระหว่างวันที่  3-5 มี.ค. 55  เวลาที่ใช้ในการสอบ 100 นาที หัวข้อ/เนื้อหาและลักษณะของข้อสอบมีรายละเอียดดังตาราง

หัวข้อการประเมิน

ลักษณะและจำนวนข้อสอ

คะแนน

การสร้างสรรค์และนำเสนอประสบการณ์ทางความงาม ตัดสินจากการจัดแสดงผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกาย (งานกลุ่ม)

20

รวม

20

 

 ลงชื่อ…………………………………………….

(นายชาตรี  ถนอมวงษ์)

ครูผู้สอน

ลงชื่อ………………………………………………….

(นายชาตรี  ถนอมวงษ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

ลงชื่อ…………………………………………………..

(นายปรีชา  ไพรินทร์)

รองผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

ลงชื่อ……………………………………………………

(นายสุวิทย์  ซื่อตรง)

ผู้อำนวยการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ชลบุรี

ประมวลรายวิชา สุนทรียศาสตร์ 6/5

ใบงาาน แบบฝึกหัด

มาตรฐาน

นักเรียนสามารถ ดาวน์โหลดใบงาน หรือแบบฝึกหัดได้เลยครับได้เลย (ครูชาตรี  ถนอมวงษ์)

แบบฝึกหัด วิชาทัศนศิลป์ ม. 1

 

ชื่อ ……………………………………………………………………… เลขที่ ………………… ชั้น ……………………

1. จิตรกรรมในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แสดงให้เห็นถึง……………………………………………………….

ของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ………………………………………………………………..

2. อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ มีความสัมพันธ์กับมนุษย์ . ……………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ความหมายศิลปะตามความหมายของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หมายถึง …………………………………………………………………………………………………………………………………….

4.  วิจิตรศิลป์หรือ ประณีตศิลป์ แบ่งเป็น ……….. ประเภท  คือ ……………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………….

5.  จิตรกรรม คือ ……………………………………………………………………………………………………………แบ่งเป็น………………………………………………………………………….เป็นงาน……………มิติ

6. สถาปัตยกรรมหมายถึง ……………………………………………………………………………………………….แบ่งเป็น 1. …………………………………………………… 2 . …………………………………………………………

7. ประโยชน์ของทัศนศิลป์ คือ ……………………………………………………………………………………….

8. การสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ประกอบด้วย ……………………………………………………………………

9. เส้นตรง ให้ความรู้สึก ………………………………… เส้นคด ให้ความรู้สึก ………………………………

10. ทัศนธาตุ มีองค์ประกอบ ดังนี้ ……………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………….

11. หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ 1. …………………………….. 2. ……………………………………………

3. ………………………………….. 4. ……………………………………5. ………………………………………..
6. ……………………………….. 7. ……………………………………………………………..

12. รูปใดมีความสมดุล

 

 

 

 

 

1                                                             2

13. องค์ประกอบพื้นฐานที่สุดของทัศนธาตุ คือ ………………………………….

14. สีขั้นที่ 1 หรือ แม่สี มี ……….. สี คือ ………………………………………………………………………….  15. สีขั้นที่ 2 มี …………… สี คือ ……………………………………………………………………………………..

16. สีตรงข้ามสีแดง คือ ……………………. สีตรงข้างสีเหลือง คือ …………………………สีตรงข้าม

สีน้ำเงิน คือ ………………………………….

17. สีที่คนไทยสมัยโบราณนิยมนำมาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง คือ ………………………………….

18. ยกตัวอย่าง วัสดุ อุปกรณ์ในการเขียนภาพ ระบายสี……………………………………………………..

19. การออกแบบหมายถึง …………………………………………………………………………………………….

20. ความสมดุล แบ่งเป็น ………………………………………………………………………………………………

21. ดินสอดำที่เหมาะสำหรับการเขียนแบบ คือ ……………..เหมาะสำหรับแรเงาคือ ………………..

22. สีน้ำ มีลักษณะ ………………………………………………………………………………………….

23. สีน้ำมัน มีลักษณะ …………………………………………………………………………………………………

จากรูป รูปใดเป็นเครื่องหมาย  และรูปใดเป็นสัญลักษณ์

1                                               2

24.  รูปที่ 1 เป็น …………………………  รูปที่ 2 เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์……………………….

25.  สีแดง + สีน้ำเงิน ได้สี ………………….. สีน้ำเงิน  + สีเหลือง ได้สี …………………………

สีเหลือง  + สีแดง ได้สี ………………………..

26. วงจรสี มี …………….. สี

27. เอกภาพ ในหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์หมายถึง ………………………………………………….

28. ดินสอที่มีไส้ปานกลาง ได้แก่ ……………………………..

29. กระดาษที่ใช้ฝึกเขียนภาพ มี 2 ขนาด คือ …………………………………………..

30. รูปแบบที่ใช้ในการออกแบบ มี …………. รูปแบบ คือ ………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………..

********************************************